ดอกแก้่วเจ้าจอม

ประวัติต้นแก้วจุลจอม ในปีพุทธศักราช ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสชวาหรือประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน ทรงนำพันธุ์ไม้ฝรั่งมีชื่อสามัญูว่า Lignum Vitae Tree ลักษณะเป็นดอกสีม่วง - คราม มี ๕ กลีบ เกสรสีเหลือง กลิ่นหอมคล้ายดอกแก้ว มาปลูกไว้บบเนินเขาภายในพระราชอุทยานสวนสุนันทา เมื่อแรกบรรดาชาววังเรียกกันว่า “ต้นน้ำหอมฝรัง” เนื่องจากมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำหอมฝรั่ง ต่อมาพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดาได้ทรงตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “แก้วจุลจอม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงนำพันธุ์ไม้นี้มาจากเกาะชวาดังปรากฏหลักฐานคำสัมภาษณ์พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพรไว้ในหนังสือ “เรื่องเล่าชาววัง” ความตอนหนึงว่า

  “....ดอกไม้แปลกๆ ที่ไม่มีชื่อ ท่านอย่าเป็นผู้ตั้งให้ ต้นเเก้วจุลจอมต้นที่ตายไม่ได้ปลูกที่แถวตำหนักนี้ ปลูกที่ตำหนักเล็ก พอต้นไม้มีดอกก็มาเลี้ยงกัน เอามาทำแกงกิน ทำจิ้มน้ำพริก..” ต้นแก้วจุลจอม นับว่าเป็นต้นแรกในประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาปลูกไว้ภายในพระราชอุทยานสวนสุนันทา หลังจากนั้นได้เรียกต่อๆ กันมาจนผิดเพี้ยน ต่อมาในราวปี พุทธศักราช ๒๕๐๒ อาจารย์เต็ม สมิตินันท์ ผู้เชียวชาญูพันธุ์ไม้จากกรมป่าไม้ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “แก้วเจ้าจอม” สืบมาจนถึงปัจจุบัน และในปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ ต้นแก้วจุลจอมจะมีอายุครบ ๑๐๐ ปี เท่ากับอายุของพระราชอุทยานสวนสุนันทาฉะนั้นจึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีเป็นความภาคภูมิใจที่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจะได้เรียกชื่ออันถูกต้องสมศักดิ์ศรีของต้นแก้วจุลจอมอันเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยของเราเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงนำพันธุ์ไม้มาปลูกในสวนสุนันทา และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ผู้ประทานชื่อ “แก้วจุลจอม” อีกด้วย